ทฤษฎีที่เป็นรากฐานของ Appreciative Inquiry มีทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจคือ The Pygmalion Effect โดย Rosenthal and Jacobson (1968) ทฤษฎีนี้เป็นการทดลอง คือ นักวิจัยลองให้ข้อมูลกับครูระดับประถม โดยบอก กับครูว่ามีเด็กบางคนฉลาดกว่าอีกบางคน ปรากฏว่าเมื่อเวลาผ่านไป เด็กที่ครูเชื่อว่าฉลาด มี IQ สูงกว่าเพื่อน (ซึ่งเดิมมี IQ เท่ากัน) จริงๆนักวิจัยค้นพบว่า ครู โดยผ่านจิตใต้สำนึกจะขวนขวายค้นหาวิธีการสอนที่เหมาะกับเด็กฉลาดที่เขาคิดว่าฉลาด แถมยังอำนวยความสะดวกให้เด็กกลุ่มนี้ได้ทำอะไรที่ฉลาดอีก เด็กเลยฉลาดขึ้นจริงๆ
.........
เรื่องนี้หลายคนฟังแล้วอาจไม่เชื่อ ไม่เห็นจะเป็นจริงแต่ผมอยากบอกคุณว่า ถ้าคุณนึกดีๆ คุณอาจเคยเจอปรากฏการณ์นี้กับตัวเองมาแล้วลองนึกดูสิครับ เคยเจอใครที่เขาเชื่อคุณไหมครับเช่นเพื่อน พ่อ แม่ พี่ น้อง..ครู คุณจะเห็นว่า พออยู่กับคนที่เชื่อในตัวคุณอย่างไม่มีเงื่อนไข คุณจะแสดงออกมากขึ้น คุณจะพยายามช่วยคนอื่นทำงานมากขึ้น และเป็นที่มาของความฉลาดที่เพิ่มขึ้นในบางสถานการณ์ กับคนบางกลุ่ม
..........
ในทางตรงข้าม ลองนึกถึงสถานการณ์ เมื่อคุณต้องเจอกับคนที่คุณรู้สึกว่าเขาเป็นคนแปลกหน้า ไม่ค่อยเชื่อคุณไม่ค่อยให้ความสำคัญกับคุณ คุณมีแนวโน้มว่าจะสงวนท่าที ทำนองว่าพูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทองคุณก็จะไม่ได้แสดงความสามารถอะไรออกมาง่ายๆ เพราะไม่รู้จะทำไปทำไมและถ้าที่ทำงาน เพื่อน คนรัก คนรอบตัวคุณแสดงท่าทีอย่างนี้ ก็ยากครับที่คุณจะได้ทำอะไรต่างออกไปทำให้ในบางสถานการณ์ คุณอาจดูโง่ไปเลย ไม่สามารถแสดงอะไรดีๆ มี Performance ดีๆ ได้ อย่างง่ายๆ ถึงขั้นอยากไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่นให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยบอกว่าทำได้ไหม ก็เรียกว่าดิ้นรน ค้นหาตนเอง ถ้าไม่เข้มแข็งพอก็เสียจริต ติดแอลกอฮอล์ไปก็มี
..........
ครับ ผมว่าเรื่องนี้มีมูลความจริง มาเชื่อมั่น มาเห็นคุณค่า เห็นเรื่องดีๆ ในตัวคนอื่นกันเถอะครับ เราจะได้คนที่ ฉลาดขึ้นอีกมากมายเลยครับ
...........
ตอนนี้มีหนังสือเล่มใหม่ ที่พูดเรื่องนี้ไว้ดีมากๆ คือเล่มข้างล่างนี้ครับ เรื่องมองด้วยใจ โดยสำนักพิมพ์นายอินทร์อ่านแล้วจะฝึกคุณเรื่องนี้เลยครับ และเรื่องนี้เราไม่น่าจะแปลกแยกกับเรื่องนี้เท่าไรนัก ตามมุมมองของผม เรื่องPygmalion Effect เปรียบได้กับคือคำว่า มุทิตาจิต ในศาสนาพุทธนั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น