ปัญหาโลกแตก ที่ชาว AI และ OD ทั้งหลายเช่นกลุ่ม KM และ LO รวมทั้ง Action Research หรืออะไรที่เกี่ยว
กับมนุษย์ต้องเจอบ่อยๆ คือ คำถามที่ว่า “วัดอย่างไร”
คำถามนี้เหมือนกับคำถามที่ว่า “จะรู้ได้อย่างไร ว่าได้ผลแล้ว”
คำถามนี้ถ้าคุณตอบไม่ได้ อาจถึงกับทำให้คุณกลายเป็นมนุษย์ต่างดาวในวงนั้นไปเลย และถ้าคุณเป็นมนุษย์ต่าง
ดาวไปแล้ว อย่างเพิ่งท้อถอยครับ
ฟังทางนี้ครับ แทน แท่น แท๊น
ผมขอเสนอแนวคิดของท่าน Kirkpatrick ครับ ท่านเสนอการวัดผลไว้สี่ระดับครับ
1. Motivation นี่คือระดับต้นครับ กิจกรรมของคุณไม่ว่าจะเป็น AI KM สุนทรียสนทนา หรือ สุนทรียะสะมะปิทั้ง
หลาย จะเริ่มได้ผลก็ต่อเมื่อระหว่างทำกิจกรรม คนดูกระตือรือร้นครับ มีความสุขครับ ดูมีแรงจูงใจจริง แต่บางครั้งถ้า
คุณดีใจเร็วไปหน่อย นี่อาจเป็นภาพลวงตาครับ เพราะถ้าสนใจ มีแรงจูงใจ “จริงๆ” เขาจะมีมากพอที่ขยับระดับความ
สนใจของเขามาขั้นต่อไป คือ ขั้นตอน Learning ถ้าไม่มาถึงระดับนี้คุณมนุษย์ต่างดาวควรซุ่มพัฒนาฝีมือไปก่อนนะ
ครับ
2. Learning เขาจะพยายามเรียนรู้ สิ่งที่ท่านกำลังจัดกิจกรรมอยู่ เช่น มาถามว่าจะต่อยอดอย่างไร จะทำให้ดี
มากกว่านี้จะต้องทำอย่างไร หรือง่ายๆ หาผลย้อนกลับ (feedback) เช่น อาจารย์ครับ/ค่ะ อาจารย์ช่วยดูให้หน่อย
ว่าผม/ดิฉันมาถูกทางหรือยัง ถ้าเป็นโครงงาน (Project) ต่อเนื่อง คุณจะเห็นว่าเขาพยายามหาทางนัดมาคุยกับคุณ
ท้ายที่สุดคุณมีหน้าที่ตรวจการบ้านเขาว่า เขาทำถูกอย่างที่คิด หรือเกินกว่าที่คิดหรือไม่ถ้าไม่ต้องกลับไปช่วย ไปเป็น
ผู้ฝึก (Coach) จนทำให้ถูก ถ้าไม่มาถึงขั้นนี้รับรองครับ โครงการของคุณยังไปไม่ถึงไหน พอคุณออกไปจากพื้นที่ก็
ยากที่จะมีใครสานต่อครับ ยังไม่พอครับ มาถึง ขั้น Learning แล้ว ยังไม่แน่ว่าโครงการของคุณจะยั่งยืนหรือไม่ดู
ระดับถัดไปนะครับ คือ
3. Behavioral Change ถ้าเป็น AI เขาจะกลับมาบอกคุณว่า เขารู้จักสังเกตมากขึ้น และถ้าเจอคุณเมื่อไร เขาจะ
หาเรื่องมาเล่า ครับ ส่วนใหญ่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว จะเริ่มขยายผลเอง หรือถึงขั้นมาขอคำแนะนำ เรื่องการขยายผลอยู่
บ่อยๆ ครับ หรือหาประเด็นใหม่ๆทำ อันนี้ต้องตามกันไปเรื่อยๆครับ เช่นสิ้นสุดโครงการ AI กับคุณแล้ว เขายังทำต่อ
เขายังมาเล่าให้คุณฟังหรือไม่เขาตั้ง Cop หรือไม่แต่ที่สุดแล้ว ต้องดูตัวสุดท้ายด้วยครับ คือ
4. Organizational Performance สิ่งที่เขาทำอยู่ทำให้องค์กรของเขาดีขึ้นหรือไม่อันนี้วัดกันตาม KPI เลยครับ เช่น
ยอดขาย ต้นทุน ของเสีย เป็นต้น เพราะเครื่องมือของคุณจะดีแค่ไหน ถ้าใช้แล้วไม่สร้าง หรือทำให้KPI องค์กรดีขึ้น
อันนี้รับรองต้องหาคนคุยด้วยแล้วครับ คนส่วนใหญ่จะไม่สานต่อ ทำต่อ เพราะไม่รู้จะทำไปทำไม ที่สำคัญคุณอาจไม่
ได้รับการสนับสนุนจากองค์กร จนต้องหลบมาทำใต้ดินครับ ส่วนในเรื่องของการวัด บางเรื่องคุณอาจเถียงว่าวัดไม่ได้
อันนี้อย่าตกใจ ผมว่ามีลองถาม ลองศึกษาคนในแวดวงคุณดูถ้าไม่มีลองถามคนนอกวงดูครับ (ผมจะเขียนเล่ากรณี
หลังนี้ให้ฟัง อีกครับ เพราะบางวงนี่จะวัดกันแต่คลื่นสมองอย่างเดียวเลยครับ อันนี้อย่างไรโครงการก็เกิดยาก เพราะ
“ตัน” ที่วิธีการวัดครับ )
สรุปครับ
คำว่ารู้ว่าได้ผลอย่างไรนี้ พื้นฐานที่สุดคือ Motivation สูงขึ้นไปคือ Learning –> Behavioral Change –>
Organization Performance ครับ
และที่ซ่อนอยู่ใน Model นี้คือพลวัตของมันเอง ครับ จะนำไปสู่ประเด็นที่แตกออกไปอะไรอีกหลายเรื่อง โดย
เฉพาะการออกแบบโครงการ กลไกเพื่อรักษาความยั่งยืนของโครงการ หรือแม้กระทั่งถ้าทำวิจัยก็นำไปเป็นแนวทาง
ออกแบบวัตถุประสงค์การวิจัย ได้เลยครับ ผมจะเล่าให้ฟังในตอนต่อๆ ไป
เอาล่ะครับ ท่านมนุษย์ต่างดาว เดี๋ยวยาวไป เรื่องนี้ยังต่อยอดได้อีกหลายบทความ วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ
อ้างอิง:
Kirkpatrick, D. L. (1959) Evaluating Training Programs, (2nd Ed.), San Francisco: Berrett Koehler.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น