เป็นตอนต่อเนื่องจากตอน Appreciative Inquiry สำหรับมนุษย์ต่างดาว1นะครับเมื่อวานผมเล่าเรื่องการวัด วัดทำไม หลายท่านอาจรู้สึกว่าการวัดเป็นเรื่องหนัก ดูไกลตัว ครับอันนั้นจริงครับในบางอาชีพ ต้องคิด ต้องทำเลยครับ เช่น การขาย เพราะไม่คิด นี่ถึงขั้นเอาตัวไม่รอดครับ หรือไม่ก็กลุ่มที่ทำวิทยานิพนธ์ทำวิจัย ที่ถึงแม้จะต่อต้านการวัดผลแบบไม่ลืมหูลืมตา ก็จริง แต่ก็ต้องมานั่งศึกษาการวัดอย่างจริงจัง ไม่ฉะนั้นก็คุยกับกรรมการสอบ ที่มาจากหลากหลายสำนักไม่ได้ถึงขั้นเรียนไม่จบได้ ผมเองอยู่สถานการณ์หลัง คือจำเป็นต้องทำครับ และจากการศึกษาลงมากๆ และทำมาก่อน ทำให้เห็น “แง่มุมที่งดงาม” ของการวัด ครับ ผมเลือกมองหาระบบการวัด ที่ทำให้เราเข้าใจ เข้าถึง และได้ข้อมูลไปพัฒนาครับ มิใช่ระบบการวัดที่ทำให้เราเข้าใจ แต่เข้าไม่ถึง เลยเอาข้อมูลไปทำอะไรต่อไม่ได้ เท่าที่เห็น ณ เวลานี้ก็แนวคิดของท่านKirkpatrick ครับ ที่พอจะตอบโจทย์ผมได้ตอนที่แล้ว ผมเขียนถึงระดับขั้นการวัดครับ เริ่มจาก Motivation ไป Learning สูงขึ้นไป อีกคือ BehavioralChange และ Organizational Performance วันนี้ผมจะพูดถึงพลวัตของมันครับ ถามว่า “ใช้เวลาเท่าไร กว่าจะขยับจาก Motivation ไป Organizational Performance ครับ” ลองค่อยๆ สืบค้นเรื่องนี้ดูนะครับ เท่าที่ผมสังเกต ถ้าจับจุดถูก “อาจเกิดขึ้นในพริบตา” ครับ ยกตัวอย่าง เรื่อง “ห้องน้ำ” นะครับ เป็นเรื่องที่ผมเจอกับตัวเกี่ยวกับห้องน้ำ เวลาเดินทางไปกรุงเทพฯ ครอบครัวจะแวะปั๊มนี้ครับ โดยไม่รู้ตัวครับถ้าคุณวิเคราะห์ตาม Model ของท่าน Kirkpatrick จะเห็นว่าตอนนั้นผมอยากเข้าห้องน้ำ (เป็น Motivation แบบหนึ่ง) เลยขอภรรยาแวะเข้าปั๊ม แถวขอนแก่น ภรรยาบอกว่าอยากเข้าด้วย แต่ไม่ชอบปั๊มนี้เพราะห้องน้ำไม่สะอาด ให้ผมอดทนขับไปอีกหน่อยไปเข้าที่โคราช เพราะห้องน้ำสะอาดกว่า (Motivation อีก) ครับ เมื่อไปถึงก็เจอคนเยอะมหาศาล ผมได้เรียนรู้(Learning) ว่าปั๊มนี้ห้องน้ำสะอาดอย่างที่เธอพูดจริงๆ ขนาดผู้ชายไม่เรื่องมากอย่างผม ยังรู้สึกดีเลยครับ (สะอาดกว่าห้างดังๆ อย่าง Central ) ครับ ใน1http://gotoknow.org/blog/aithailand/352414
ที่สุดจะไปกรุงเทพฯทุกครั้ง เราจะแวะที่นี่ไม่แวะที่อื่นอีกเลย (พฤติกรรมเปลี่ยน – Behavioral Change) แล้วเป็นอย่างไรครับ เจ้าของปั๊มได้เงินตามที่คิด เพราะไม่เติมน้ำมันก็จริง แต่แวะซื้อขนม ซื้อของ กินข้าว (OrganizationalPerformance)ชัดไหมครับ สิ่งที่ผมกำลังมองหา และอยากให้มนุษย์ต่างดาวทุกท่านมองหาคือ “กลไก” ที่ทำให้เกิดการขยับมาทีเดียวสี่ระดับนี่แหละครับ ถ้าในเรื่องธุรกิจ ในหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ Why She Buy ที่ผมเป็นตำราประกอบสอนวิชาCreativity พูดไว้คำเดียวครับว่า “ถ้าออกแบบธุรกิจให้ดึงดูดผู้หญิงได้ก็จะดึงดูดผู้ชายได้ด้วย”ปีนี้ถ้าท่านทำธุรกิจ หรือต้องไปบริหารจัดการอะไร ง่ายๆครับ กลับไปทำให้ห้องน้ำสะอาด สะอาดสุดๆ ที่สำคัญลองศึกษาพฤติกรรมผู้หญิง ตรงนี้รวมทั้งกลุ่ม AI OD KM LO Dialogue สุนทรียะสะมะปิทั้งหลายครับ แนะนำว่าให้ลองฟังเสียงผู้หญิงเยอะๆ หรือลองให้เธอมาวิจารณ์ดูงานของคุณก็ได้ปรับจนเธอถูกใจครับปีที่แล้วเริ่มมีชาว AI Thailand เอาแนวคิดนี้ไปปรับปรุงร้าน จนได้ผลดีอย่างที่สุดมาแล้วครับ ค้นพบมา 1 caseแล้วครับ กำลังทำเพิ่มอีก ลองแวะไปคุยกับเจ้าของร้าน MAR the Living Room ได้ครับ (เข้า Facebook แล้ว ดูตรงหน้าโปรดครับ) สรุปคือการวัด ทำไปเพื่อ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาครับ ลองมองอย่างเป็นระบบ หาจุดที่พลิกผัน ที่จะยกระดับ Motivation จนถึง Organizational Performance นะครับ ทีเดียวนะครับ บางทีคุณอาจเจออะไรบางอย่างที่คุณนึกไม่ถึงครับ
อ้างอิง:
Kirkpatrick, D. L. (1959) Evaluating Training Programs, (2nd Ed.), San Francisco: Berrett Koehler.
36
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น