วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ตอน...“ทางลัด” “แมว” และ “AI”


ลูกเพิ่งย้ายโรงเรียนครับ สาวน้อยของผมย้ายไปเรียน ป. 1 ในเมือง
สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงกับพ่อแม่ที่แต่ก่อนนอนจนอืด ตื่นสายเป็นประจำเพราะโรงเรียนอยู่ใกล้บ้าน
ปู่ย่าถึงกับบอกว่าอย่าย้ายเลยเดี๋ยวไปไม่ทันจะจัดการชีวิตได้หรือ
ในที่สุดเราก็ย้ายครับ โรงเรียนนี้ห่างจากบ้านไปหลายกิโลเมตรต้องผ่านถนนหลายสายซึ่งจอแจ เราไม่กลัวหรอก
เพราะแถวบ้านมีคนไปแถวนั้นประจำ เขาคือน้องเราแฟนเขาทำงานอยู่ตรงข้ามโรงเรียนสาวน้อยของผมนั่นเอง...เลย
ไปถามว่าหากจะไปโรงเรียนลูกสาวพี่ควรไปเส้นทางไหนดีน้องบอกว่า “พี่ๆ ไปทางนี้นะพี่สรุปไปทางลัดมันจะไม่
ติดนะพี่พี่ต้องอ้อมไปทางนั้น...อย่าไปทางตรง เชื่อผมเถอะพี่ผมไปรับส่งแฟนมาหลายปีแล้ว ผมใช้ทางนี้ประจำ”
ครับ ไม่กลัวแล้วไปตามเส้นทางที่น้องบอก รับรองไปทันแน่นอน รับส่งแฟนกันมาหลายปีนี่
จะว่าไปถ้าเราไม่เชื่อ Expert เราจะไปเชื่อ แมวที่ไหน
.........................................................................
เปิดเทอมมาสักพักหนึ่ง ลองไปตามเส้นทางที่น้องเขาว่า...เออ...ติดหน่อยนะ มีผ่านโรงเรียนด้วยแต่วันนั้นติด
เยอะเพราะทางมันแคบ
แต่เราก็ไปทัน ลูกไม่สาย เสียเวลามากกว่าเดิมก็จริงแต่จะเอาอย่างไรล่ะ นี่คือหนทางที่ดีที่สุดแล้ว
.......................................................................................
วันนั้นนั่งคิดใคร่ครวญระหว่างรถติด รู้สึกว่าทางตรงนี้น่าจะเร็วกว่า เพราะทางลัด ดูเร็วจริงแต่สายๆมักติด จาก
ทางแคบๆที่รถทุกคันในเมืองหนีทางตรงมา เป็นไปได้ไหมทางตรงที่น้องว่าช้า จริงๆอาจเร็วกว่า ปู่ย่า (ที่อยู่ต่าง
จังหวัด) ที่เคยไปก็บอกว่าดูมาหลายทางแล้วทางตรงนี่แหละดีที่สุด
...................................................................................
ในที่สุดเราหันกลับมาทางตรงครับ สองสัปดาห์ผ่านไป...เราลองไปทางตรงที่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าช้า กลับเร็วกว่า

ครับ เพราะมันติดจริง แต่ชอบเปิดไฟเขียวนาน ทำให้วิ่งทะลุไปเร็วมาก ตลอดสองสัปดาห์ถึงที่ทำงานเร็วกว่าทางลัด
โดยเฉลี่ย 15 นาที
..........................................................................................
คุณคงถามผมว่าผมกำลังจะบอกอะไรครับ ผมกำลังโยงมาถึงเรื่อง Single-Loop Learning กับ Double-Loop
Learning ครับ ซึ่งเป็นหัวใจของ Learning Organization
............................................................................................
ตอนแรกผมก็ทำตามผู้เชี่ยวชาญและงานวิจัยที่ทำไว้ดีแล้วได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่...นี่เราเรียกว่า
Single-loop Learning ประมาณว่าเดินตามสิ่งที่เขาบอกว่าดีอยู่แล้ว ไม่เสียหายอะไรที่จะทำตามผู้เชี่ยวชาญ
.............................................................................................
แต่มาวันหนึ่ง ถ้าคุณเริ่มต้นตั้งคำถามว่า “มีอะไรดีกว่านี้ไหม” นี่แหละครับคุณกำลังเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า
“Double-Loop Learning”
จากการตั้งคำถาม ทำให้ผมค้นพบเส้นทางที่ต่างจากที่ผู้เชี่ยวชาญว่าไว้ครับ
....................................................................................
ย้อนกลับมาที่ Appreciative Inquiry ถ้าคุณทำตามที่คุณเรียนมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เรียกว่าคุณทำแบบ
Single-loop Learning ครับ เผลอๆ อาจไม่ได้อะไรครับ คุณอาจเจอทางลัดที่ไม่ลัดจริง ที่น่าสงสารที่สุดคือหลงทาง
แล้วคิดว่ามาถูกทาง
แต่ถ้าคุณเริ่มถามว่า AI แบบไหนดีทำ Discovery แบบไหนดีแบบไหนไม่ดีทำ Dream, Design, Destiny แบบ
ไหนดีแบบไหนไม่ดีอันนี้แหละครับอาจทำให้คุณเจอทางลัดที่เป็นทางจริง
................................................................................
Appreciative Inquiry แบบ Double-Loop Learning ดีกว่าครับ อย่าติดอยู่กับ Single-Loop learning นะ
ครับ ไม่เช่นนั้นคุณอาจทำสิ่งที่ไม่ใช่AI อยู่ก็ได้แต่คิดว่าเป็น AI หรือทำ AI เป็นแต่ไปไม่ถึงศักยภาพของมันจริงๆ
...........................................................................
คุณล่ะ คิดอย่างไร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น